เงินบาทจะไปทางไหน? จับตา 3 ตัวแปรใหญ่ เขย่าตลาดสัปดาห์นี้
เงินบาทเริ่มอ่อนค่า!! ตะวันออกกลางกดดัน Fed-BOJ ชี้ทิศทางต่อจากนี้ ตลาดยังเสี่ยง "ไปได้ 2 ทาง" เช้านี้เปิดที่ 33.09 บาทต่อ/ดอลลาร์
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ที่ระดับ 33.09 บาทต่อดอลลาร์ “อ่อนค่าลงเล็กน้อย แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดสัปดาห์ก่อนหน้า ณ ระดับ 33.05 บาทต่อดอลลาร์
โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวน (แกว่งตัวในกรอบ 32.97-33.14 บาทต่อดอลลาร์) โดยเฉพาะในช่วงตลาดรับรู้รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ที่แม้จะทำให้ ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มโอกาส Fed เดินหน้าขึ้นดอกเบี้ย
ทว่าการตอบสนองของผู้เล่นในตลาดกลับเป็นลักษณะ “Sell on Fact” ทำให้เงินบาทมีจังหวะแข็งค่าขึ้นบ้าง ก่อนที่เงินบาทจะทยอยอ่อนค่าลงเหนือโซน 33.00 บาทต่อดอลลาร์ ท่ามกลางแรงกดดันจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้น หนุนให้ราคาพลังงานยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
สัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯ ล่าสุด ที่ยังไม่ได้ชะลอลงมากนัก ทำให้ผู้เล่นในตลาดยังคงมั่นใจเกิน 100% ว่า Fed มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้ง ในปีนี้ สำหรับสัปดาห์นี้รวมถึงในช่วงระยะสั้น ควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น ผลการประชุม Fed และ BOJ
สำหรับ แนวโน้มเงินบาท เรามองว่าโมเมนตัมการอ่อนค่าของเงินบาท (USDTHB) ได้มีกำลังมากขึ้น อย่างไรก็ดี ในเชิงเทคนิคัลตามกลยุทธ์ Trend-Following นั้น เงินบาทยังคงอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทั้งในกรอบ Time Frame รายวันและรายสัปดาห์ ทว่าในระยะสั้น สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้นและหนุนให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงต่อเนื่อง จะยังคงเป็นปัจจัยกดดันเงินบาทด้านอ่อนค่า
นอกจากนี้ เงินบาทยังเสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนสูง หลังตลาดรับรู้ผลการประชุม Fed และ BOJ ขอย้ำมุมมองเดิมว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงเผชิญ Two-Way Risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง รวมถึงการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของบรรดาธนาคารกลางหลัก โดยเฉพาะ Fed และเราขอย้ำคำแนะนำเดิมว่า ผู้เล่นในตลาดควรใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงที่หลากหลาย เช่น การใช้กลยุทธ์ Options เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารความเสี่ยง ภายใต้ความผันผวนสูงของตลาดการเงิน
ในส่วนของเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์จะขึ้นกับ Dot Plot ใหม่ของ Fed ว่าจะสะท้อนแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตกี่ครั้ง แต่หาก Fed คงดอกเบี้ย “เซอร์ไพรส์” ตลาดอาจสร้างแรงกดดันต่อเงินดอลลาร์ได้พอควร พร้อมกันนั้นควรจับตาเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ที่จะผันผวนตามผลการประชุม BOJ รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
มองกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้ ที่ระดับ 32.75-33.50 บาท/ดอลลาร์ ส่วนกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 33.00-33.20 บาท/ดอลลาร์
ขณะที่ ฝ่ายธุรกิจตลาดเงินและธุรกรรมระหว่างประเทศ ทีทีบี เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเช้านี้เปิดตลาด 33.08 บาท/ดอลลาร์ใกล้เคียงกับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ระดับ 33.06 บาท/ดอลลาร์
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันศุกร์ (11 ก.ย.) หลังข้อมูลเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าราคาผู้บริโภคยังเพิ่มขึ้น และตอกย้ำการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า
ข้อมูลจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนส.ค. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนก.ค. ขณะที่ CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 2.4% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากเพิ่มขึ้น 2.5% ในเดือนก.ค.
ตลาดประเมินโอกาสประมาณ 86% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. เพิ่มขึ้นจากประมาณ 72% ในวันก่อนหน้า ตามข้อมูลจากเครื่องมือ FedWatch ของ CME
กรอบค่าเงินวันนี้และกลยุทธ์แนะนำ
- USD/THB 32.90 - 33.20 แนะนำ ทยอยซื้อที่ 32.90/ขาย 33.20
- EUR/THB 38.20 - 38.60 แนะนำ ซื้อที่ 38.20/ขาย 38.60
- JPY/THB 0.2130 - 0.2170 แนะนำ ซื้อที่ 0.2140/ ขาย 0.2190
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB